ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องการทำให้การพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยกลายเป็นหัวข้อที่วนกลับมาอยู่ในข่าว การเมือง และสังคมอย่างสม่ำเสมอ แม้กฎหมายไทยจะยังคงควบคุมและห้ามการพนันเกือบทุกประเภท แต่คำถามว่า “ควรเปิดกาสิโนถูกกฎหมายหรือไม่” ก็ยังไม่เคยหายไปจากเวทีสาธารณะ
บทความนี้ชวนสำรวจเชิงลึกว่า ทำไมดีเบตเรื่องการพนันถูกกฎหมายจึง “ไม่เคยจบจริง ๆ” ในไทย พร้อมมองให้เห็นประโยชน์และโอกาสเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพรวมกฎหมายและบริบทการพนันในประเทศไทยปัจจุบัน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีจุดยืนด้านกฎหมายที่ชัดเจนว่า การพนันส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายโดยทั่วไปมีเพียงบางรูปแบบเท่านั้นที่ได้รับการอนุญาตอย่างจำกัด เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล และการแข่งขันม้าบางประเภท ส่วนการเปิดกาสิโนในรูปแบบรีสอร์ทครบวงจรหรือคาสิโนเชิงพาณิชย์ ยังไม่ถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สังคมไทยไม่ได้ “ไร้การพนัน” มีทั้ง
- การพนันใต้ดินและบ่อนเถื่อน
- การเดินทางไปเล่นกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน
- การพนันออนไลน์และแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน
ช่องว่างระหว่าง “กฎหมายบนกระดาษ” กับ “พฤติกรรมจริง” นี้เอง ที่ทำให้ประเด็นการทำให้การพนันถูกกฎหมายถูกยกมาพูดถึงซ้ำ เพราะหลายฝ่ายมองว่าการห้ามโดยสิ้นเชิงอาจไม่ได้ผลเท่าการควบคุมอย่างเป็นระบบพร้อมทั้งสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ
ทำไมประเด็นกาสิโนถูกกฎหมายจึงกลับมาอยู่บนโต๊ะถกเถียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
1. แรงกดดันทางเศรษฐกิจและความต้องการรายได้ภาครัฐ
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การทำให้การพนันถูกกฎหมายถูกรื้อฟื้นบ่อย ๆ คือความจำเป็นในการเพิ่มรายได้ให้รัฐไม่ว่าจะเพื่อลดภาระงบประมาณ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงที่เผชิญวิกฤตต่าง ๆ
หากมีการอนุญาตให้เปิดกาสิโนหรือรีสอร์ทแบบครบวงจรภายใต้ระบบใบอนุญาตและภาษีที่ชัดเจน รัฐอาจสามารถเก็บรายได้จากหลายส่วน เช่น
- ภาษีจากรายได้ของผู้ประกอบการกาสิโน
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าควบคุมดูแล
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล จากกิจกรรมเกี่ยวเนื่อง
ในมุมนี้ ผู้สนับสนุนจึงมองว่า การพนันที่ถูกกฎหมายอาจกลายเป็น“เครื่องมือทางเศรษฐกิจ”อีกชิ้นหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มรายได้ภาครัฐอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ แทนการปล่อยให้เงินหมุนเวียนอยู่ในระบบใต้ดินซึ่งรัฐจับต้องไม่ได้
2. ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอยู่แล้ว ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และการบริการที่แข็งแรง การเพิ่มกาสิโนถูกกฎหมายในรูปแบบรีสอร์ทครบวงจรจึงถูกมองว่าอาจต่อยอดจุดแข็งนี้ให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น
หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียได้ใช้โมเดลintegrated resortที่รวมโรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์จัดแสดงสินค้า ช็อปปิ้ง และกาสิโนไว้ด้วยกัน เพื่อดึงดูด:
- นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
- นักธุรกิจที่เดินทางมาประชุมหรือจัดอีเวนต์ (MICE)
- นักลงทุนที่มองหาโอกาสร่วมทุนในโครงการขนาดใหญ่
จากมุมมองนี้ ดีเบตจึงผูกโยงกับคำถามว่า หากไทยยังไม่เปิดกาสิโนถูกกฎหมาย จะเสียโอกาสแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนให้ประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นหรือไม่
3. ปัญหาตลาดมืดและเงินไหลออกนอกประเทศ
แม้กฎหมายจะห้าม แต่ความจริงคือมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงเล่นการพนันผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ สิ่งที่ตามมาคือ
- เงินจำนวนมากไหลเวียนอยู่ในระบบการพนันใต้ดินที่รัฐไม่สามารถเก็บภาษีได้
- คนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ
ผู้สนับสนุนการทำให้การพนันถูกกฎหมายจึงมักตั้งคำถามว่า การคงสภาพ “ห้ามแต่เล่นจริง” ไว้ต่อไป เป็นการเปิดโอกาสให้ระบบมืดเติบโตแทนที่จะดึงกิจกรรมเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกรอบที่ควบคุม ตรวจสอบ และจัดเก็บรายได้ได้อย่างโปร่งใสหรือไม่
4. ยุคดิจิทัลและการพนันออนไลน์ข้ามพรมแดน
เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้การพนันออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก แม้เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะตั้งอยู่ในต่างประเทศ แต่ผู้เล่นในไทยสามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งท้าทายรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายแบบเดิม
ผลคือ เกิดคำถามสำคัญว่า ระหว่างการพยายามห้ามการเข้าถึงอย่างเข้มงวด กับการยอมรับความจริงและออกกติกาเพื่อกำกับดูแลแบบที่หลายประเทศทำอยู่ แนวทางใดจะปกป้องประชาชนและสร้างประโยชน์เชิงโครงสร้างได้มากกว่า
ประเด็นนี้เองทำให้ดีเบตเรื่องการทำให้การพนันถูกกฎหมายไม่เคยตกยุคเพราะเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เดินหน้าไปไกลกว่ากฎหมายที่ยังคงตั้งอยู่บนฐานคิดแบบเดิม
5. มิติด้านสังคม วัฒนธรรม และศีลธรรม
ด้านหนึ่ง สังคมไทยให้ความสำคัญกับค่านิยมด้านศีลธรรมและวัฒนธรรมซึ่งมักถูกหยิบมาเป็นเหตุผลในการคัดค้านการพนัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีเสียงที่มองว่า การเปิดกาสิโนอย่างมีกรอบควบคุม อาจช่วยจำกัดพื้นที่และจัดการผลกระทบเชิงลบได้ดีกว่าการปล่อยให้กระจายอยู่ทั่วไป
ความตึงเครียดระหว่าง “ค่านิยม” และ “ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว” นี้เอง ทำให้ดีเบตไม่เคยจบ เพราะต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลและมุมมองที่ต้องการปกป้อง ทว่าเมื่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป คำถามเดิม ๆ ก็ถูกหยิบกลับมาพิจารณาใหม่อยู่เสมอ
ประโยชน์ที่ผู้สนับสนุนคาดหวังจากการทำให้การพนันถูกกฎหมาย
เมื่อลงลึกในรายละเอียด ฝ่ายที่ผลักดันให้ศึกษาและพิจารณากาสิโนถูกกฎหมายในไทยมักชี้ให้เห็นประโยชน์และโอกาสหลายด้าน ดังนี้
1. เปลี่ยนรายได้ใต้ดินให้กลายเป็นรายได้ภาษีของรัฐ
หากยอมรับว่ามีการพนันเกิดขึ้นอยู่แล้ว การทำให้ถูกกฎหมายภายใต้กรอบควบคุม จะช่วยให้
- รัฐสามารถเก็บภาษีจากรายได้การพนันแทนที่จะปล่อยให้รายได้ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่ผิดกฎหมาย
- เกิดรายได้ประจำเข้าแผ่นดิน สามารถนำไปใช้พัฒนาสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข หรือโครงการเพื่อสังคมได้
- ระบบเศรษฐกิจโดยรวมโปร่งใสมากขึ้น เพราะเงินหมุนเวียนผ่านระบบการเงินอย่างเป็นทางการ
2. สร้างงานและยกระดับทักษะแรงงานในภาคบริการ
โครงการกาสิโนที่ถูกกฎหมายมักไม่ได้มีแค่พื้นที่เล่นพนัน แต่มาพร้อมกับ
- โรงแรมและรีสอร์ทมาตรฐานสูง
- ศูนย์ประชุมและจัดนิทรรศการ (MICE)
- ร้านอาหาร ร้านค้า และแหล่งบันเทิงหลากหลายรูปแบบ
ทั้งหมดนี้ต้องการบุคลากรจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับผู้บริหาร ส่งผลให้เกิด
- การจ้างงานโดยตรงในธุรกิจกาสิโนและรีสอร์ท
- การจ้างงานทางอ้อมในธุรกิจสนับสนุน เช่น ขนส่ง อาหารท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- โอกาสในการยกระดับทักษะในภาคบริการ การบริหารจัดการ และความสามารถทางภาษาต่างประเทศ
3. เสริมความสามารถแข่งขันด้านการท่องเที่ยว
ในภูมิภาคที่หลายประเทศมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีกาสิโนครบวงจรการไม่มีผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวรูปแบบนี้ อาจทำให้ไทยเสียเปรียบในบางเซกเมนต์ของตลาดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจรในจุดหมายปลายทางเดียว
การออกแบบกาสิโนที่เชื่อมโยงกับศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ยังสามารถช่วยกระจายรายได้การท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ได้ หากมีการวางผังพื้นที่อย่างมีกลยุทธ์
4. ควบคุมความเสี่ยงและปกป้องผู้เล่นได้ดีกว่าเดิม
อีกเหตุผลที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยคือ แนวคิดว่า“การจัดการความเสี่ยงดีกว่าการปฏิเสธว่าความเสี่ยงไม่มีอยู่จริง”หากการพนันถูกกฎหมาย ภายใต้กฎระเบียบที่รัดกุม รัฐสามารถกำหนดมาตรการเพื่อปกป้องผู้เล่นได้ เช่น
- ระบบยืนยันตัวตนและกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้เล่น
- การจำกัดเวลา หรือวงเงินการเล่นต่อวันตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ระบบself-exclusionให้ผู้ที่มีปัญหาการพนันสามารถสมัครใจห้ามตนเองเข้าใช้บริการ
- การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการรักษาและให้คำปรึกษาผู้ที่มีปัญหาการพนัน
เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ผู้เล่นต้องพึ่งบ่อนเถื่อนหรือเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการกำกับผู้สนับสนุนเชื่อว่า ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายจะเปิดโอกาสให้รัฐและสังคมปกป้องผู้เปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
5. ใช้ข้อมูลจริงในการออกนโยบายสาธารณะ
เมื่อกิจกรรมการพนันอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะเกิดฐานข้อมูลเชิงสถิติที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการออกแบบนโยบาย เช่น
- พฤติกรรมการเล่นของกลุ่มอายุและอาชีพต่าง ๆ
- สัญญาณความเสี่ยงที่นำไปสู่การเล่นเกินตัว
- ผลกระทบเชื่อมโยงกับหนี้ครัวเรือนหรือปัญหาสังคมอื่น ๆ
ข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำมาวางมาตรการเชิงป้องกันได้อย่างตรงเป้า มากกว่าการคาดเดาหรือใช้สมมติฐานเพียงอย่างเดียว
รูปแบบการกำกับดูแลที่มักถูกเสนอเมื่อพูดถึงกาสิโนถูกกฎหมาย
ทุกครั้งที่ประเด็นการทำให้การพนันถูกกฎหมายถูกหยิบยกขึ้นมา มักมาพร้อมข้อเสนอเรื่องกรอบกติกาที่เข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมว่าความเสี่ยงจะถูกจัดการอย่างจริงจัง ตัวอย่างแนวคิดที่มักถูกพูดถึง ได้แก่
- กำหนดพื้นที่เฉพาะเช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเมืองท่องเที่ยวบางแห่ง แทนการกระจายตัวทั่วประเทศ
- ระบบใบอนุญาตที่โปร่งใสพร้อมเงื่อนไขด้านเงินลงทุน มาตรฐานการบริหาร ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม
- ข้อจำกัดการเข้าใช้ของประชาชนเช่น การกำหนดอายุขั้นต่ำ การเก็บค่าธรรมเนียมเข้าใช้ หรือข้อกำหนดด้านรายได้ เพื่อคัดกรองความพร้อมทางการเงิน
- มาตรการป้องกันการฟอกเงินผ่านระบบตรวจสอบธุรกรรม การรายงานทางการเงิน และการใช้เทคโนโลยีติดตามเส้นทางเงิน
- การจัดสรรรายได้ภาษีเพื่อสังคมเช่น กำหนดสัดส่วนที่ต้องนำไปใช้ในด้านการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ หรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนัน
แนวคิดเหล่านี้ช่วยให้ดีเบตเรื่องการพนันถูกกฎหมายขยับจากระดับความเห็นเชิงอารมณ์มาสู่การพูดคุยเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ว่า "ถ้าจะเปิด" ควรเปิดอย่างไร เพื่อให้โอกาสและความเสี่ยงถูกบริหารอย่างสมดุล
ข้อกังวลที่ยังทำให้ดีเบตไม่อาจหายไป
แม้จะมีข้อดีและโอกาสเชิงเศรษฐกิจสังคมมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีข้อกังวลและเสียงคัดค้านที่ทำให้การตัดสินใจเรื่องนี้ยังไม่ลงตัว เช่น
- ความกลัวว่าปัญหาการพนันจะเพิ่มขึ้นหากเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- ความกังวลต่อครอบครัว หนี้สิน และอาชญากรรมที่อาจเกี่ยวเนื่อง
- ความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแล
- มิติด้านวัฒนธรรม ศีลธรรม และภาพลักษณ์ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อกังวลเหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ก็ยังคงผลักให้ประเด็นนี้กลับมาอยู่บนโต๊ะถกเถียงเรื่อย ๆ เพราะคำถามหลักยังคงอยู่ว่า“ควรบริหารความเสี่ยงที่มีอยู่แล้วอย่างไร ให้สร้างประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบให้ต่ำที่สุด”
เพราะอะไรดีเบตเรื่องการพนันถูกกฎหมายจึงจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน
เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นว่าการทำให้การพนันถูกกฎหมายในไทยเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับทั้งเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม เทคโนโลยี และโครงสร้างสังคมไม่ใช่เพียงเรื่องความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อการพนันเพียงอย่างเดียว
- เศรษฐกิจและรายได้รัฐ ทำให้ประเด็นนี้น่าสนใจในฐานะแหล่งรายได้ใหม่
- การท่องเที่ยวและการลงทุน ทำให้กาสิโนถูกมองเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
- ตลาดมืดและการไหลออกของเงิน ทำให้เกิดแรงผลักให้พิจารณาการดึงกิจกรรมเหล่านี้เข้าระบบ
- เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้แนวคิด “ห้ามอย่างเดียว” ถูกท้าทายอย่างต่อเนื่อง
- มิติศีลธรรมและวัฒนธรรม ทำให้ต้องถกเถียงอย่างระมัดระวังและละเอียดอ่อน
ท้ายที่สุด การถกเถียงเรื่องการทำให้การพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ควรเปิดหรือไม่ควรเปิดกาสิโน” แต่เป็นคำถามว่า เราจะออกแบบกติกาใหม่ ๆ เพื่อบริหารความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมมนุษย์อย่างชาญฉลาด โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างไร
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดีเบตนี้จึงมีแนวโน้มจะยังอยู่กับไทยไปอีกระยะหนึ่ง และอาจยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสังคมต้องตอบคำถามสำคัญร่วมกันว่า จะเปลี่ยนการพนันจาก “ปัญหา” ให้กลายเป็น “โอกาสที่ถูกบริหารจัดการอย่างรอบคอบ”ได้หรือไม่ และอย่างไร
ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย การทำความเข้าใจเหตุผลทั้งด้านบวกและด้านเสี่ยงอย่างรอบด้าน คือก้าวแรกที่จะทำให้สังคมไทยสามารถออกแบบคำตอบที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้มากที่สุด